Brazilian Jiu-Jitsu (BJJ) บราซิลเลี่ยน จูจิสสึ
เป็นศิลปะป้องกันตัวที่เน้นเรื่องการกอดรัดคู่ต่อสู้เพื่อให้มีจังหวะเข้าใช่ท่าต่างๆโดยเฉพาะการต่อสู้บนพื้น
เพื่อชิงจุดที่ได้เปรียบโดยอาศัยการล็อคข้อต่อต่างๆของร่างกายซึ่งเป็นจุดอ่อน
และการล็อคคอได้ในหลากหลายมุม ไม่ว่าจะ ยืน นอน ตะแคง
เพื่อให้คู่ต่อสู้ยอมแพ้ ศิลปะการต่อสู้ บราซิลเลี่ยน
จิวจิสสึ มีพื้นฐานมาจาก โคโดกัน ยูโด ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี 1882
ซึ่งมีรากฐานมาจาก จูจิสสึอีกทีหนึ่ง บราซิลเลี่ยน จูจิสสึ มีจุดเด่นที่คนที่ตัวเล็ก
หรืออ่อนแอกว่า สามารถใช้เทคนิค ที่เหมาะสม
ในการเอาชนะคู่ต่อสู้ที่่ตัวใหญ่ และแข็งแรงกว่าได้โดยไม่ยาก อาทิ Royce
Gracie (ฮอยส์ เกรซี่) ซึ่งเป็นนักต่อสู้ในสังเวียน mma ในรายการ UFC
ซึ่งเคยล้มคู่ต่อสู้ที่มีขนาดใหญ่และมีกล้ามเนื้อที่แข็งแรงกว่ามาก
จนสามารถคว้าแชมป์ UFC มาครอบครอง หรือ
Marcelo Garcia (มาเซ่โล่ การ์เซีย) ซึ่งลงแข่งใน ADCC 2005 ตอนแข่งในรุ่น Absolute men ไม่จำกัดน้ำหนัก
เจอคู่ต่อสู้ที่ใหญ่กว่าตัวเองอย่างเห็นได้ชัด
คือ Ricco Rodriguez เทียบไซส์แล้วเหมือนพ่อกับลูก (Marcelo คือ คนกางเกงน้ำเงินที่เกาะหลังคู่ต่อสู้อยู่) ก็สามารถเอาชนะมาได้แบบไม่ยากเย็น ซึ่งทำให้ศิลปะการต่อสู้ BJJ
เป็นที่ยอมรับและมีคนสนใจฝึกทั่วโลก BJJ สามารถฝึกเพื่อป้องกันตัว หรือ ใช้ในการแข่งขัน
submission หรือ mma
ประวัติของ BJJ
ศิลปะการต่อสู้ บราซิลเลี่ยน จูจิสสึ เริ่มมาจาก Mitsuyo Maeda
ผู้เชี่ยวชาญยูโด ชาวญี่ปุ่นเป็นสมาชิกของสำนักโคโดกัน มาเอะดะเป็นหนึ่ง ในผู้ที่ถูกคัดเลือกในบรรดาผู้ที่มีความ ชำนาญสูงสุดจำนวนห้าคน จากผู้ก่อตั้งวิชายูโด Kano Jigoro (คาโน่ จิโกโร่) ให้ไปเผยแพร่วิชาการต่อสู้ทั่วโลก มาเอะดะเดินทางออกจากญี่ปุ่น ในปี 1904 และได้แวะตามประเทศต่างๆหลายที่ และศาสตร์วิชาู้ของเขา ได้รับการท้าทายและทดสอบ จากศิลปะการต่อสู้ แขนงต่างๆ หลากหลายรูปแบบ ก่อนที่จะเดินทางมาถึงประเทศบราซิลใน ปี 1914
ในช่วงเริ่มต้นนั้น ยูโด ได้แยกออกจาก จูจิสสึ ด้วยจุดมุ่งหมาย หลักการ และวิธีการฝึก ซึ่งเน้นเป็นกีฬามากขึ้น ซึ่งเป็นความตั้งใจของ คาโน่ ที่ต้องการที่จะ
สร้างความแตกต่างในในวิชาของเขา สำหรับคาโน่แล้วยูโดไม่ใช่ศิลปะการต่อสู้ แต่เป็นกีฬาที่จะพัฒนาร่างกาย โครงสร้างที่ดีให้กับเด็กวัยรุ่น และเข้าถึงวิถีแบบ เต๋า ซึ่ง บราซิลเลี่ยน จูจิสสึ ก็ได้รับอิทธิพลของข้อคิดนี้มาเหมือนกัน
BJJ มักจะถูกกล่าวถึงว่าเป็นการพัฒนามาจากจูจิสสึ ของญี่ปุ่น และคิดว่า มาเอะดะ เป็นนักจูจิสสึึแต่มาเอะดะไม่เคยฝึกจิวจิสสึ เขาเริ่มฝึกการต่อสู้จากซูโม่เมื่อยังเด็ก และเมื่อเขาได้รับข่าว ชัยชนะของยูโดต่อจูจิสสึึุในเวลานั้น ก็ทำให้เด็กหนุ่มคนนั้นเปลี่ยนจากซูโม่มาฝึกยูโดแทน และกลายเป็นศิษย์ของคาโน่ เจ้าสำนักโคโดกัน เขาได้รับสายเจ็ดดั้ง ในวิชาโคโดกัน ก่อนที่จะเสียชีวิตในปี 1941
ชื่อที่ใช้เรียกขาน
เมื่อมาเอะดะเดินทางออกจากญี่ปุ่น ยูโดยังคงถูกกล่าวถึงในชื่อ "คาโน่ จูจิสสึึ" หรือเรียก จูจิสสึเฉยๆ
คำยูโดเป็นคำที่คาโน่คิดขึ้นเพื่อใช้อธิบายถึงศาสตร์วิชาของเขา ซึ่งตรงความหมายมากกว่าจูจิสสึ แต่คนญี่ปุ่นในยุคนั้นยังคงเรียกว่าจูจิตสึด้วยความคุ้นเคย รัฐบาลญี่ปุ่นเองก็ไม่ได้แก้ไขปัญหานี้ จนถึงปี 1925 จึงได้มีการแก้ไขว่าศิลปะการต่อสู้ที่ใช้ในการสอนในโรงเรียนเป็นคำว่ายูโด แทนที่จะเป็นจูจิสสึ แต่ในบราซิลยังคงใช้คำว่าจูจิสสึ เมื่อตระกูลเกรซี่เดินทางมาถึงอเมริกาเพื่อเผยแพร่ศิลปะตัวนี้ ก็รู้จักในชื่อบราซิลเลี่ยน จูจิสสึ (BJJ) หรือ Gracie Jiu Jitsu
พัฒนาการของ บราซิลเลี่ยน จูจิสสึ (BJJ)
มาเอะดะได้พบกับนักธุรกิจชื่อ Gastão Gracie ได้ช่วยเขาเริ่มก่อตั้งวิชาในปี 1917 ที่ประเทศบราซิล ลูกชายของ Carlos Gracie ซึ่งตอนนั้นมีอายุเพียง 14 ปี ได้ดูการสาธิตจากมาเอะดะ
จึงมีความสนใจที่จะเรียน จูจิสสึ มาเอะเดะรับ คาลอส เป็นศิษย์ และต่อมา คาลอส ได้กลายเป็น ผู้เชี่ยวชาญศาสต์นี้และได้ร่วมกับน้องชาย Helio gracie ก่อตั้งวิชา BJJ หรือ Gracie Jiu Jitsu ที่มีชื่อเสียง
ในปี 1921 Gastao Gracie และครอบครัวได้ย้ายไป Rio de Janeiro คาลอส ซึ่งตอนนั้นอายุ 17 ปี ได้สอนวิชาต่างๆที่ มาเอะดะถ่ายทอดให้กับน้องชาย คือ Osvaldo, Gastão and Jorge ยกเว้น Helio เพราะยังเด็กและอ่อนแอเกินไปที่จะเรียน แถมยังเจ็บป่วยอยู่ตลอด แต่ถึงกระนั้น Helio ก็ได้เฝ้าสังเกตเวลาที่พี่ๆฝึก และได้ลองซ้อมปฏิบัติดู จนกระทั่งทำให้หายจาก
โรคและได้รับขนานนามจากหลายฝ่ายว่าเป็น ผู้ก่อตั้ง BJJ
Helio ได้แข่งขันยูโดหลายครั้ง ส่วนใหญ่เสมอ และมีครั้งหนึ่งแพ้ในบราซิล บ้านเกิด จากผู้เชื่ยวชาญยูโดชาวญี่ปุ่นชื่อ มาซาฮิโกะ คิมูร่า ซึ่งภายหลังตระกูลเกรซี่ ได้ใช้ชื่อคิมูร่า ในการแทนชื่อท่าล็อคแขนท่าหนึ่งใน BJJ ซึ่งเป็นท่าที่ทำให้ Helio พ่ายแพ้ในการแข่งขันครั้งนั้น
ตระกูลเกรซี่ ได้พัฒนาการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง และได้ต่อสู้ในการแข่งขัน vale tudo หลายครั้ง ซึ่งพยายามเน้นพัฒนาการเทคนิคการต่อสู้บนพื้น เพื่อชิงความได้เปรียบต่อคู่ต่อสู้
บราซิลเลี่ยน จูจิสสึ เป็นที่รู้จักในระดับโลกในยุค 90 เมื่อนักต่อสู้ BJJ ชื่อ Royce Gracie ได้ชัยชนะในรายการ UFC ครั้งที่ 1 , 2 และ 4 ซึ่ง Royce ต้องต่อสู้กับผู้เข้าแข่งขัน ที่มีรูปร่างใหญ่กว่าเป็นส่วนใหญ่ (ฮอยส์ เกรซี่สูงประมาณ 183 cm)
และมาจากหลากหลายวิชา เช่น นักมวย คาราเต้ เทควันโด้ มวยปล้ำ ทำให้วิชา BJJ เป็นที่รู้จักไปทั่ว และเป็นฐานของวิชาการต่อสู้บนพื้นที่สำคัญ การแข่งขัน BJJ ได้รับความนิยมและแพร่หลายไปทั่วโลก และได้พัฒนามาเป็น no-gi submission grappling (การแข่งขันที่ไม่ใส่ชุดยูโด (gi) ในการแข่ง) เช่น การแข่งขัน ADCC เป็นต้น
